แดงเดือด ศึกแห่งศักดิ์ศรียกสำคัญของฤดูกาล

สัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าแฟนบอลหลายคนคงเอาใจช่วยสเปอร์สกันน่าดู จริงอยู่ว่าคงยากที่ลิเวอร์พลูจะพลาดแชมป์ลีค แต่หากจะมีใครสักคนยัดเยียดความปราชัยนัดแรกของฤดูกาลให้กับลิเวอร์พูลได้ สเปอร์สเวอร์ชั่นน้ามูก็น่าจะทำได้แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ ทีนี้อาทิตย์ต่อไป ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เรารู้จักกันในศึกแดงเดือด การมาเจอกันคราวนี้ถือว่าเป็นศึกศักดิ์ศรีครั้งสำคัญของฤดูกาล
ผีแดงเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้
หากใครดูสถิติพรีเมียร์ลีคตอนนี้ จะเห็นความยอดเยี่ยมของลิเวอร์พลู กล่าวคือ เค้าลงแข่งไปทั้งหมด 21 เกม ชนะ 20 เกม ชนะ พรีเมียร์ลีคตอนนี้ จะเห็นความยอดเยี่ยมของลิเวอร์พลู กล่าวคือ เค้าลงแข่งไปทั้งเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสมอเพียงแค่เกมเดียว และไม่แพ้เลย โดยครึ่งฤดูกาลแรกทีมที่ไม่แพ้ลิเวอร์พูลนั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั่นเอง แถมเกมนั้น เป็นทางยูไนเต็ดออกนำไปก่อนด้วย น่าเสียดายที่รับไม่อยู่ จนโดนตีเสมอช่วงท้ายเกมไปแบบน่าเจ็บใจ
ศึกแห่งศักด์ศรี
หากใครที่ติดตามแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยุครุ่งเรือง จะทราบว่าตอนนั้นแมนเชสเตอร์ จะลงเล่นแดงเดือด เพื่อกรุยทางไปสู่แชมป์ ลิเวอร์พูลในบางซีซั่นได้เป็นเพียงแค่คนขัดแข้งขัดขาเท่านั้น แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับกันสลับฝั่งกันเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตามคู่นี้เจอกันทีไร ผลการแข่งขันที่ผ่านมาไม่มีผลอะไรเลย ทุกอย่างอยู่ที่เกมตรงหน้าล้วนๆ บางครั้งฟอร์มไม่ดีแต่พอลงเกมนี้กลับฟอร์มดีซะอย่างนั้น ฝั่งลิเวอร์พูลก็อยากจะข่มคู่แค้นให้มิดเพื่อเอาแชมป์ให้ได้ตรงหน้า ฝั่งแมนยูเองแม้จะชนะแล้วก็ไม่ได้แชมป์ก็จริง แต่หวังว่าจะขอสร้างรอยด่างพร้อยให้กับว่าที่แชมป์ลีคให้ได้
ยกสุดท้ายของฤดูกาล
การเจอกันของทั้งคู่ในเกมนี้ น่าจะเป็นการเจอกันยกสุดท้ายของซีซั่นนี้แล้ว นั่นทำให้พวกเค้าต้องใส่กันให้ยับ ใส่กันให้เต็มที่ หากพลาดเกมนี้พวกเค้ากว่าจะได้แก้ตัวก็คงต้องเป็นซีซั่นหน้าเลย เรามาลองดูกันว่า โซลชาร์ และทีมงานจะหยุดอหังการ์ลิเวอร์พลูได้หรือไม่

เป๊ป กับความผิดพลาดของบอร์ดแมนยู

เมื่อสองสามวันก่อน มีข่าวสัมภาษณ์เรียกแขก สร้างประเด็นน่าสนใจอยู่เรื่องนี้ นั่นก็คือ การออกมาปฏิเสธไปคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของเป๊ป ที่มีนักข่าวถามว่าจะไปคุมไหม เจ้าตัวบอกว่าขอไปมัลดีฟส์ดีกว่าถ้าจะไปคุมทีมนั้น ทำเอาแฟนบอลหัวร้อนกันเลยทีเดียว ไม่ได้หัวร้อนจากคำพูดของเป๊ปนะ แต่หัวร้อนเกี่ยวกับการตัดสินใจของบอร์ดบริหารในตอนนั้นมากกว่า นี่ถือว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของบอร์ดแมนยูเลยทีเดียว
ทำทุกอย่างแต่ทำไม่ได้
ตอนนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะเป็นทีมที่กำลังมีเงินหนามาก เงินลงทุนสูง แต่ผลงานในสนามก็ยังไม่ได้ถูกจัดขึ้นมาเป็นทีมแนวหน้าของลีคเท่าไรนัก ผิดกับแมนยู แม้จะเป็นช่วงหลังยุคป๋าพวกเค้าก็ยังเป็นทีมที่มีความพร้อมทุกด้าน เงิน ภาพลักษณ์ นักเตะ และอีกมากมาย เรียกว่าเป็นต่อแมนเชสเตอร์ซิตี้หลายช่วงตัวไม่น่าเชื่อว่าเค้ามีทุกอย่างขนาดนั้นแต่ไม่สามารถทำทุกอย่างเพื่อดึงเป๊ปมาทำทีมได้ อย่าลืมว่า เป๊ปตอนนั้นประสบความสำเร็จกับบาร์เซโลน่า ต่อเนื่องมายังบาเยิร์น มิวนิคด้วย การพลาดดึงตัวเป๊ปถือว่าเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญของบอร์ดบริหารเลยก็ว่าได้
ไม่ได้เป๊ป แต่ได้มอยส์แทน
ไม่เพียงเท่านั้น หลายคนคิดว่า ไม่ได้ เป๊ป มาน่าจะได้ผู้จัดการทีมที่สมน้ำสมเนื้อ แต่กลับกลายเป็นได้ เดวิด มอยส์ มาแทนตอนแรกหลายคนคิดว่า เค้าน่าจะเป็นคนที่พาแมนยูอยู่ในระดับเดิมได้ มอยส์ มีความคุ้นเคยกับพรีเมียร์ลีคน่าจะตอบโจทย์ดีกว่า สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เรารู้กัน จบซีซั่นไปแบบไม่ได้ลุ้นอะไรเลย แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการเอา หลุยส์ ฟาน กัลป์ มาแทน สุดท้ายก็ไม่รอด หรือจะเป็นมูรินโญ่ ในยุคต่อมาก็ไม่รอดอีก ตัดภาพกลับไปฝั่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ปสร้างอาณาจักร สร้างตำนานของตัวเองจนแฟนปีศาจแดงได้แต่มองตาปริบๆกันไป ความผิดพลาดเรื่องตัวแทนก็คงโทษใครไม่ได้นอกจากบอร์ดที่ห่วยแตกมาก
ทีมที่ธุรกิจ นำฟุตบอล
อีกข่าวหนึ่งที่เราต้องโทษบอร์ดแบบเต็มๆเลย เป็นเรื่องแนวคิดที่ทำทีม ข่าวบอกว่า เป๊ปไม่อยากมาคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากเจ้าของทีม บอร์ดบริหารมองการทำทีมเป็นธุรกิจ มากกว่าเป็นการทำทีมฟุตบอล แนวคิดนี้ไม่ตรงกับ เป๊ป อย่างมากทำให้เค้าไม่อยากร่วมงานด้วย นี่คือแนวคิดที่บ่อนทำลายทีมของจริง หวังว่าบอร์ดจะตาสว่างสักที